ระหวางรอ download Alfresco 4.2 มาทดสอบการใช้งานอีกคร้ง เพื่อเตรียม present ในวันพฤหัสที่ 23 / 05 /2556 งานเข้ามา ชุกเหลือเกิน งานทีติดค้างพี่เขาเอาไว้ ก็ยังไม่ได้ส่ง ปล. เป็นงานนอกนะครับ เพราะต้องหาเงินมา อุดไฟแนนซ์ ก็ยังไม่ไดทำ ทั้งๆ ที่เป็นงานสำคัญ
สิ่งที่นึงที่อยากจะตั้งคำถามกับตัวผมเอง ว่า เราอยากจะทำงานที่ชอบ หรือ เราอยากจะมีเวลาให้กับตัวเราเอง พร้อมๆ กับทำสิ่งที่เราตั้งใจอยากจะทำ ไปแบบเรื่อยๆ ปลดหนี้ปลดสิน ใช้ชีวิต ตามที่มันสมควรจะเป็นมีครอบครัว หรือ ไม่มีครอบครัว ออกเดินทางในแบบที่เราต้องการไป
จบ..
แต่ต้องคิดต่อ
#me
Wednesday, May 22, 2013
Monday, May 13, 2013
บันทึกการเดินทาง ทดสอบรถ เพื่อเข้าเป็นนักแข่ง พลาด!
วันนี้ได้ไปสนามไทยแลนด์เซอร์กิตอีกครั้ง หลังจากที่คราวก่อน ดีใจอยู่เหมือนกัน ที่พี่เขาเห็นเราขี่ที่สนามพีระฯ ก็เลยถามๆ เราว่าสนใจลงหรือเปล่า กอปร กับ เพื่อนคงช่วยพูดเชียร์ด้วยแหละ พี่เขาก็เลยถามเราว่า สนใจ เป็นนักแข่งหรือเปล่า มีรถว่างอยู่ 1 คัน Suzuki Inazuma 400cc. ด้วยความดีใจ ก็เลยตอบตกลง ว้าวเราจะได้เข้าทีม PK Superbike
เช้าเดินทางไปถึง 9.30 โดยออกจากลาดกระบังประมาณ 07.00น. โดยประมาณ ไปถึงที่สนามก็ เก้าโมงนิดๆ วิ่งเส้น ลาดกระบัง - ประเวศ - พระขโนง - พระราม 3 - ราชพฤกษ์ - บรมราชชนนี - นครปฐม รถไม่ติดดี พอไหล ไปเรื่อย ความเร็วที่ใช้ก็ไม่เร็วมากเนื่องจากยางไม่ดี
พี่เจ้าของทีมมาถึงก่อน โดยนั่งสอน คนอื่นๆ ที่มักจะมา เรียนกับพี่เขา โดยพี่เขาเป็น อจ.สอนการขับรถ สไตล์ Racing อยู่ที่สนามอย่แล้ว ดีกรีแกเอง ก็ แชมป์ ประเทศไทย 3 สมัย
ไปถึง คุยกันสักพัก พี่เขา ก็ให้ เรา ฟื้นเบสิคใหม่ แบบหลักสูตรเร่งรัด
เราเองถือเขาเป็นครู อ่ะ พี่ว่ายังไงว่าตามกัน พี่สอนอะไรมาผมทำตาม วิธีนี้เราได้รับผลดี มาแล้วเพราะฟังครุ ฟังคนประสบการณ์มากกว่า
หลังพี่เขาสอนให้ขับรถ , ท่าในการนั่ง , การบังคับ และ พาขี่ซ้อนลงสนามไปด้วยกัน เอาล่ะ โอกาสมาถึงล่ะ ( ผมคิดในใจ " ผมจะทำให้พี่ดู " ) เป้าหมายคือ เวลาต้องประมาณ 1.40 โดยประมาณ เพราะแชมป์เอง จบที่ 1.38นาที / ต่อรอบ ถ้าอยากวิน อยากอยู่บน Podium คงต้องตามนั้น
ตอนแรกที่เห็นรถ และ ลองคร่อมรถดู จะวิ่งได้ดีหรือเปล่าหว่า เหมือนกับเศษเหล็ก แต่ก็ยังคิดว่า เออ มันรถแชมป์นะ เราเองก็จะขี่มัน คงต้องให้เกียรติมันหน่อยล่ะ ก็ขับวนอยู่ สองสามรอบ พี่เขาขี่นำ เราตาม ได้รอบนึง พี่เขาบอกให้เราออกวิ่งได้
สิ่งแรกที่ต้องทำ ก่อนที่จะจับเวลาคือ ต้องรู้กำลังเครื่อง สำหรับผมเองทดสอบโดยลอง Engine เบรคแบบหนักๆ หลังจากขับได้สองรอบ เห็นได้ชัดว่า การใช้ Engine เบรคคนละแบบกับ Monster 795 รถที่ผมขบอยู่ เรียกว่าถ้าลงหนักจริงๆ ล้อสับ กันเลยทีเดียว ก็หลุดโค้งไปสองครั้ง แต่ไม่เป็นไร ลองดูกำลัง Engine เบรคของรถ กำลังรถตีนต้น จัดจริงๆ เปิดคันแร่งออกมานี่ เรียกว่า หน้าสะบัดกันเลยทีเดียว ถ้าเปิดเร็ว
ทีนี้พอเข้าโค้งได้ก็เริ่มแบนล่ะครับ นิ่งมาก ยิ่งวิ่งยิ่งนิ่ง เร็วขึ้นเรื่่อยๆ เกาะถนนแบบหนึบ และ นิ่งๆ อาการโยบยาบของ choke แบบที่เจอใน Monster ไม่มีเลย เฮ้ย เจ๋งว่ะ เร่งเวลาได้อีกแน่ รอบสองหลังจากนำรถเข้ามา พร้อมเล่าความทึ่งในตัวรถ ให้พี่เจ้าของฟัง เอาล่ะพี ทีนี ผมจัดล่ะนะ โอ นี่หรือ เศษหล็ก performance ดีกว่ารถตูอีก ^_^)
ความผิดพลาดเกิดขึ้นตรงนี้ล่ะครับ ยิ่งขับรถยิ่งแน่น ยิง่นิ่ง จนลืมไปเลยที่พี่เขาบอกว่า ยางมันไม่เกาะแล้วนะ เพราะที่เราพามันโค้ง นี่ก็ไม่แสดงให้เห็นว่าไม่เกาะแล้วนะ ถ้าเทียบกับรถเรา เอาเป็นว่า คนละเรื่องเลย รอบแรกผ่านไป เออ มันไปได้อีก วนกลับมารอบสอง ผ่านโค้ง U แรก ( T1 ) กุจะเปิดล่ะนะ จะทำเวลาแล้วนะ พอผ่านมาสามโค้ง โค้ง T5 ก่อนจะเข้าทางตรงชุดสอง เขา กัำลังลากพื้นอยู่ คิดว่าว่า ยางเอาอย่ เพราะ รอบก่อนหน้า มันยังรับได้สบายเลย เลยเปิดคันเร่ง เพื่อเติม ผลก็คือ รถเลยพับไปเลย ขณะกำลังจะออกทางตรง ไม่เป็นอะไรมาก แต่.. รถพังครับ เพราะ ไถลไป ขอบแทรค หญ้า ดินทรายเข้า เครื่องหมด เครื่องพัง จบ.... ... ..
..จบกัน.. รถพัง ต้องเอากลับไปซ่อม.. ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่กันเลยทีเดียว เราเองล่ะจะลุยต่อดีไหม.. ? พี่เขาค่อนข้างจะหัวเสียพอควร แน่ล่ะของใครใครก็รักล่ะนะ ไอ่เราก็ประมาทไปหน่อย คิดว่ามันจะไหว แต่ ยางมันเอาไม่อยู่ล่ะ พลาด!!
โปรดติดตามตอนต่อไป..
เช้าเดินทางไปถึง 9.30 โดยออกจากลาดกระบังประมาณ 07.00น. โดยประมาณ ไปถึงที่สนามก็ เก้าโมงนิดๆ วิ่งเส้น ลาดกระบัง - ประเวศ - พระขโนง - พระราม 3 - ราชพฤกษ์ - บรมราชชนนี - นครปฐม รถไม่ติดดี พอไหล ไปเรื่อย ความเร็วที่ใช้ก็ไม่เร็วมากเนื่องจากยางไม่ดี
พี่เจ้าของทีมมาถึงก่อน โดยนั่งสอน คนอื่นๆ ที่มักจะมา เรียนกับพี่เขา โดยพี่เขาเป็น อจ.สอนการขับรถ สไตล์ Racing อยู่ที่สนามอย่แล้ว ดีกรีแกเอง ก็ แชมป์ ประเทศไทย 3 สมัย
ไปถึง คุยกันสักพัก พี่เขา ก็ให้ เรา ฟื้นเบสิคใหม่ แบบหลักสูตรเร่งรัด
เราเองถือเขาเป็นครู อ่ะ พี่ว่ายังไงว่าตามกัน พี่สอนอะไรมาผมทำตาม วิธีนี้เราได้รับผลดี มาแล้วเพราะฟังครุ ฟังคนประสบการณ์มากกว่า
หลังพี่เขาสอนให้ขับรถ , ท่าในการนั่ง , การบังคับ และ พาขี่ซ้อนลงสนามไปด้วยกัน เอาล่ะ โอกาสมาถึงล่ะ ( ผมคิดในใจ " ผมจะทำให้พี่ดู " ) เป้าหมายคือ เวลาต้องประมาณ 1.40 โดยประมาณ เพราะแชมป์เอง จบที่ 1.38นาที / ต่อรอบ ถ้าอยากวิน อยากอยู่บน Podium คงต้องตามนั้น
ตอนแรกที่เห็นรถ และ ลองคร่อมรถดู จะวิ่งได้ดีหรือเปล่าหว่า เหมือนกับเศษเหล็ก แต่ก็ยังคิดว่า เออ มันรถแชมป์นะ เราเองก็จะขี่มัน คงต้องให้เกียรติมันหน่อยล่ะ ก็ขับวนอยู่ สองสามรอบ พี่เขาขี่นำ เราตาม ได้รอบนึง พี่เขาบอกให้เราออกวิ่งได้
สิ่งแรกที่ต้องทำ ก่อนที่จะจับเวลาคือ ต้องรู้กำลังเครื่อง สำหรับผมเองทดสอบโดยลอง Engine เบรคแบบหนักๆ หลังจากขับได้สองรอบ เห็นได้ชัดว่า การใช้ Engine เบรคคนละแบบกับ Monster 795 รถที่ผมขบอยู่ เรียกว่าถ้าลงหนักจริงๆ ล้อสับ กันเลยทีเดียว ก็หลุดโค้งไปสองครั้ง แต่ไม่เป็นไร ลองดูกำลัง Engine เบรคของรถ กำลังรถตีนต้น จัดจริงๆ เปิดคันแร่งออกมานี่ เรียกว่า หน้าสะบัดกันเลยทีเดียว ถ้าเปิดเร็ว
ทีนี้พอเข้าโค้งได้ก็เริ่มแบนล่ะครับ นิ่งมาก ยิ่งวิ่งยิ่งนิ่ง เร็วขึ้นเรื่่อยๆ เกาะถนนแบบหนึบ และ นิ่งๆ อาการโยบยาบของ choke แบบที่เจอใน Monster ไม่มีเลย เฮ้ย เจ๋งว่ะ เร่งเวลาได้อีกแน่ รอบสองหลังจากนำรถเข้ามา พร้อมเล่าความทึ่งในตัวรถ ให้พี่เจ้าของฟัง เอาล่ะพี ทีนี ผมจัดล่ะนะ โอ นี่หรือ เศษหล็ก performance ดีกว่ารถตูอีก ^_^)
ความผิดพลาดเกิดขึ้นตรงนี้ล่ะครับ ยิ่งขับรถยิ่งแน่น ยิง่นิ่ง จนลืมไปเลยที่พี่เขาบอกว่า ยางมันไม่เกาะแล้วนะ เพราะที่เราพามันโค้ง นี่ก็ไม่แสดงให้เห็นว่าไม่เกาะแล้วนะ ถ้าเทียบกับรถเรา เอาเป็นว่า คนละเรื่องเลย รอบแรกผ่านไป เออ มันไปได้อีก วนกลับมารอบสอง ผ่านโค้ง U แรก ( T1 ) กุจะเปิดล่ะนะ จะทำเวลาแล้วนะ พอผ่านมาสามโค้ง โค้ง T5 ก่อนจะเข้าทางตรงชุดสอง เขา กัำลังลากพื้นอยู่ คิดว่าว่า ยางเอาอย่ เพราะ รอบก่อนหน้า มันยังรับได้สบายเลย เลยเปิดคันเร่ง เพื่อเติม ผลก็คือ รถเลยพับไปเลย ขณะกำลังจะออกทางตรง ไม่เป็นอะไรมาก แต่.. รถพังครับ เพราะ ไถลไป ขอบแทรค หญ้า ดินทรายเข้า เครื่องหมด เครื่องพัง จบ.... ... ..
..จบกัน.. รถพัง ต้องเอากลับไปซ่อม.. ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่กันเลยทีเดียว เราเองล่ะจะลุยต่อดีไหม.. ? พี่เขาค่อนข้างจะหัวเสียพอควร แน่ล่ะของใครใครก็รักล่ะนะ ไอ่เราก็ประมาทไปหน่อย คิดว่ามันจะไหว แต่ ยางมันเอาไม่อยู่ล่ะ พลาด!!
โปรดติดตามตอนต่อไป..
Saturday, May 11, 2013
บันทึกการเดินทาง มาลงสนามกันเถอะ
หลังจากขับ Monster Bigbike คันแรก ที่หามาไว้ในครอบครองได้ สิ่งทีนึงที่ทำ คือ พามันลงไปในสนาม :) เหตุที่เลือกการขับในสนาม คือ ได้ฝึกทักษะการขับขี่เรา โดยที่ไม่ต้องไปฝึกหัดบนท้องถนน และ ถ้าอยากจะขับเร็วๆ ในสนามเป็นที่ที่เหมาะสมที่สุด เพราะบนท้องถนน แม้พลาดเพียงนิดเดียว โอกาสแก้ตัว อาจจะไม่มีอีกเป็นได้
รถ BigBike เป็นรถท่มีขนาดใหญ่ แรงรถและโมเมนตัมมันเวลาขับเคลื่อน ทำให้การควบคุมต่างจากรถเล็ก บ่อยคร้งท่ถูก fino แซง ในโค้งบนถนน เราได้แต่มองปริบๆ เพราะการพลิกรถ หรือ เบรค สุมสี่สุ่มห้า ถือว่าอันตรายครับ ทั้งจากน้ำหนักรถ กำลังรถ บางทีไม่ได้ทำง่ายๆ เหมือนกันกับรถเล็ก ที่บอกว่าบางที คงขึ้นอยู่กบประสบการณ์ของคนขับเอง
ยางหน้าและหลังของ Monster 795 คือ 120/160 ความเร็วสูงสุดสำหรับทางตรงที่ทำได้ ตามสเปครถเดิม ๆ กับ อุปกรณ์ที่ติดตัวเดิมๆ ไม่มีชุดแข่ง คือ 170Km/h. สำหรับ สนาม Bonanza
สนามแข่งบ้านเรา มีที่ไหนบ้าง
ที่นี้หลังจากลงขับแล้ว คงต้องมีการวัดผล การขับ และบ่อยครั้งเรามักจะถาม คนอื่น หรือ คนอื่นถามเราว่า เรานั้นใชความเร็วเท่าไหร่ หรือ ต้องรบกวนคนอื่นมานั่ง จับเวลาให้ ตอนแรกผมใช้ Opensource GPS tracker ( GPS logger ) ก็ได้ผลแบบหยาบๆ ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากความเร็วสูงสุด
แต่สิ่งที่เราต้องการ คือ เวลาที่ทำได้ต่อรอบต่ำสุดเท่าไหร , เฉลีี่ยเท่าไหร่ , ความเร็วสูงสุดเท่าไห่ร่ ,โค้งนี้ วิ่งได้เท่าไหร่. รอบเครืองที่ใช้ . อื่นๆ อีก แต่ เท่าที่จะหาได้ตอนนี้คงเป็น เวลาต่อรอบพอจะดีหน่อยเอามานั่งดู หลังจากพัก หรือ ลงสนามเสร็จก็ดี ส่วนเรื่อง รอบเครื่อง,ความเร็ว ค่อยทำระบบ Data acquisition ขึ้นมาใช้เองดีกว่า ไม่มีเวลา เพราะต้องต่อเข้ากับ รอบเครื่องของรถ ออกมา
plan ที่ว่าจะทำคือ เป็น Data acquisition แบบ Real-time ส่งผ่านข้อมูลผ่าน Xbee ถ้ายังไม่สามารถทำได้ ทำเป็น Data logger ไปก่อน
เอาล่ะ สำหรับซอฟต์แวร์ที่ผมไปหามา แน่นอนครับ งบต่ำเอาแบบที่ไม่เสียเงินเลย คงเหมาะ ไปเจอซอฟต์แวร์ตวนี้ครับ
"RaceChrono" รันบน Android ได้เอาใส่ไว้ในมือถือ คงดี อาทิตย์หน้านี้จะไป นัดจับเวลา ดูว่าจะลงแข่งได้หรือเปล่า
รายการแข่ง SuperBike R2M
ชุดหนังสำหรับใส่แข่ง จำเป็นครับ ปกติถ้าไม่ใช้ชด ท่เขาเอาเข่าลงกันไม่ใช่ำทำ เพื่อเท่ห์นะครับ แต่ ใช้ เขา เป็นตัวตรวจสอบการเข้าโค้งเรา เรียกง่ายๆ ว่า กันมันหมดหน้ายาง แทนการเอนรถ
ชุดหนังราคามีตั้งแต่ 30,000 - 60,000 บาท ยี่ห้อ Dainese , Revit .
รถ BigBike เป็นรถท่มีขนาดใหญ่ แรงรถและโมเมนตัมมันเวลาขับเคลื่อน ทำให้การควบคุมต่างจากรถเล็ก บ่อยคร้งท่ถูก fino แซง ในโค้งบนถนน เราได้แต่มองปริบๆ เพราะการพลิกรถ หรือ เบรค สุมสี่สุ่มห้า ถือว่าอันตรายครับ ทั้งจากน้ำหนักรถ กำลังรถ บางทีไม่ได้ทำง่ายๆ เหมือนกันกับรถเล็ก ที่บอกว่าบางที คงขึ้นอยู่กบประสบการณ์ของคนขับเอง
ยางหน้าและหลังของ Monster 795 คือ 120/160 ความเร็วสูงสุดสำหรับทางตรงที่ทำได้ ตามสเปครถเดิม ๆ กับ อุปกรณ์ที่ติดตัวเดิมๆ ไม่มีชุดแข่ง คือ 170Km/h. สำหรับ สนาม Bonanza
สนามแข่งบ้านเรา มีที่ไหนบ้าง
- สนามพีระเซอร์กิต ที่ พัทยา ไปทางพัทยา
- เวลาที่เปิดให้มอเตอร์ไซด์ลงขับ 7.00 - 12.00
- ราคาค่าลงสนาม 1,200บาท
- ระยะทาง 150km. โดยประมาณ
- สนามไทยแลนด์เซอร์กิต ที่ นครชัยศรี ไปไม่ยาก
- เวลาที่เปิดให้มอเตอร์ไซด์ลงขับ ทั้งวัน ถ้ามีรถยนต์มาลงด้วยจะปล่อยให้ ลงสนามอย่างละ ครึ่งชั่วโมง เรียกว่าแชร์กัน
- ราคาค่าลงสนาม 800บาท
- ระยะทาง 60-80km.
- สนามโบนันซ๋า ที่เขาใหญ่
- เวลาที่เปิดให้ลง ตอนนี้ไม่ทราบให้ลองติดต่อเอา
- ราคาค่าลงสนาม 1,000บาท
- ระยะทาง 100km.
ที่นี้หลังจากลงขับแล้ว คงต้องมีการวัดผล การขับ และบ่อยครั้งเรามักจะถาม คนอื่น หรือ คนอื่นถามเราว่า เรานั้นใชความเร็วเท่าไหร่ หรือ ต้องรบกวนคนอื่นมานั่ง จับเวลาให้ ตอนแรกผมใช้ Opensource GPS tracker ( GPS logger ) ก็ได้ผลแบบหยาบๆ ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากความเร็วสูงสุด plan ที่ว่าจะทำคือ เป็น Data acquisition แบบ Real-time ส่งผ่านข้อมูลผ่าน Xbee ถ้ายังไม่สามารถทำได้ ทำเป็น Data logger ไปก่อน
เอาล่ะ สำหรับซอฟต์แวร์ที่ผมไปหามา แน่นอนครับ งบต่ำเอาแบบที่ไม่เสียเงินเลย คงเหมาะ ไปเจอซอฟต์แวร์ตวนี้ครับ
"RaceChrono" รันบน Android ได้เอาใส่ไว้ในมือถือ คงดี อาทิตย์หน้านี้จะไป นัดจับเวลา ดูว่าจะลงแข่งได้หรือเปล่า
รายการแข่ง SuperBike R2M
ชุดหนังสำหรับใส่แข่ง จำเป็นครับ ปกติถ้าไม่ใช้ชด ท่เขาเอาเข่าลงกันไม่ใช่ำทำ เพื่อเท่ห์นะครับ แต่ ใช้ เขา เป็นตัวตรวจสอบการเข้าโค้งเรา เรียกง่ายๆ ว่า กันมันหมดหน้ายาง แทนการเอนรถ
ชุดหนังราคามีตั้งแต่ 30,000 - 60,000 บาท ยี่ห้อ Dainese , Revit .
Monday, January 07, 2013
DIY Dyno test
Guy who made Dyno test by him self + programming + Physic = DIY Dyno machine. I think he is Cool!
http://wotid.com/dyno/content/view/19/38/
http://wotid.com/dyno/content/view/19/38/
Tuesday, January 01, 2013
บันทึกการเดินทาง 28 - 31 / 12 / 2555
ถูกพ่อแย่งทีวี เลยมานั่งเขียน Weblog ( web-log or Blog ) ดีกว่า ทริปนี้ออกเดินทางเวลาประมาณ 05.15 ของเช้าวันที่ 28 / 12 / 2555 จาก ปั้ม ปตท. ก่อนถึง Crystal Design Center
เช้าวันนั้นผมเองนอนไปแค่ ชั่วโมงเดียว ประมาณ ตี 3 กว่าๆ ถึงจะนอนได้ไม่รู้เป็นอะไร กระวนกระวายบอกไม่ถูก บอกเลื่อนนัดไป เพราะง่วงนอนและเพลีย แต่เอาเข้าจริงๆ นอนไม่หลับเลยยย ตื่นมาอีกที ตึ 4 อาบน้ำอาบท่า ออกเดินทางจากที่พัก ไปจุดนัดพบ เวลา 05.45 โดยประมาณ
ไปถึง พบเรามีอยู่คันเดียว รอสักพักถึงตามมาพบอีกสามถึง สี่ ท่าน โดยเหลืออีกคนนึง นัดเจอกันที่ปั๊ม ปตท. ข้าง ม.กรุงเทพฯ จริงๆ เหลือ Kawasaki Versys อีกคัน แต่รอแล้วไม่พบ จึงออกเดินทางกัน เวลาประมาณ 05.15 แล้วไปเจอ Triumph อีกคันที่ ปตท. ข้าง ม.กรุงเทพ
ล้อหมุนกันทันที .. กติกา เรามีอยู่ว่า เราจะพัก ทุกๆ 100 กิโลเมตรเพื่อป้องกันความเพลีย ถ้าเราไปถึง Check-Point ก่อนกำหนด เราจะไปเที่ยวกัน ( ซึ่งตรงนี้เป็นที่มา ของความตัดสินใจที่ผิดพลาด เดี๋ยวจะมาว่ากัน )
จุดแรกเราจะข้ามมา เพราะเราเติมน้ำมันกันเต็มถึง ล่ะ จะไปพักที่จุดที่สอง เลยพอไปถึงก็ประมาณ 7.00 ได้ล่ะมั้งแถวอ่างทอง เราขับกันช้า คือ ประมาณ 120 - 130กม.
หลังจากนั้นก็พักกันเข้า ห้องน้ำ , สูบบุหรี่ กันไปเรื่อยๆ ยืนคุย และ สอบถามกัน ไปเรื่อยๆ แบบไม่รีบ ผมเองยังพูดกับทางคนใหม่เพิ่งเข้ากลุ่มว่า ขับช้ากันหน่อยนะ คงอึดอัดหน่อย ( หัวเราะ )
พอออกจากปั้มนี้แล้ว ถึงเริ่มการเดินทางและฝีมือในการขับจริงๆ รวมถึง พาหนะ ของ Rider โดยถึงแม้รถจะหนาตา แต่ความเร็วที่ใช้กันประมาณ 170 - 210กม / ชม. เรียกว่า ขี่กันลืมล้อไปเลย
มีเรื่องให้หงุดหงิดใจบ้างของ ชาวคณะ เรื่องรถเก๋ง ที่ขับกวน ประมาณคงหมั่นไส้กลุ่มเรา มีอุบัติเหตุให้เห็นกันตามรายทางบ้าง มาจุดที่สองหรือสามนี่แหละไม่แน่ใจ เราใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ แล้ว ก็จอดพัก เติมน้ำมัน แวะพักกันอีกที ปล. ผมขับปิดท้ายตลอด
จากนั้นก็เดินทางกันต่อ เราถึง ตาก ประมาณ 10โมงเช้า เลยพักทานข้าวเช้ากัน
เมื่อมาถึงก่อนกำหนด เราเลยนัดกันไปที่ตลาดดอยมูเซอ ก่อนจะเกิดความผิดพลาดขึ้น เพราะเราตัดสินใจ เดินทางไปเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทาง ตาก - แม่สะเรียง - แม่ฮ่องสอน - ปาย - เชียงใหม่ แทนเส้นทางเดิม เนื่องด้วยคิดว่ามันคงไม่มีอะไร และ เป็นการดีในการที่จะชมวิวไปเรื่อยๆ อีกที พวกเราขับ ทักษะ การขับ ส่วนตัวผมคิดว่าไม่น่าจะใช้เวลานานมากนัก ในการขับขี่

มารูทีหลังว่า ทางที่ไปนันเป็น ทางเลียบชายแดน ไทย-พม่า ทางนั้นจะหาดีแทบไม่ได้ ความเร็วทีใช้ได้อย่างมากสุด สำหรับเส้นทางดังกล่าว คอ ประมาณ 30 - 40 กม. ต่อชั่วโมง แม้ทางเรียบเราก็ไม่ได้ขับกันเร็วมาก ประมาณ 80 เนื่องด้วยความไม่ชินโค้ง และ การมีผู้ซ้อนท้าย ทำให้ความมั่นใจลดลงอีก
รถสองในสามคันใช้ ล้อโต้ ( หน้ายาง 180 - 190 ) จึงทำให้เกิดการ Slide ได้มากและง่ายขึ้น เมื่อเจอกับถนนที่มีกรวดเม็ดกลางๆ โปรยอยู่ รวมถึงสภาพถนนที่แย่มาก ยิ่งมีสัมภาระบรรทุกอยู่ ยิ่งลำบากไปอีก
เรามาถึงแม่สะเรียงประมาณ ค่ำๆ เมื่อมาถึงที่แม่สะเรียงแล้ว ถอดหมวกกันออกมาด้วยสีหน้า ไม่สู้ดีกันนัก ก็พุดคุยกันพอให้หายเครียด แล้วจากนั้น หนึ่งในทีมก็ให้ผมนำไปเชียงใหม่โดยใช้ เส้นทาง แม่สะเรียง - ฮอด แทน
เส้นนี้ผมเองเคยผ่านเมื่อตอนประมาณ 10 ขวบได้ เพราะตอนนั้นไปเยียมน้าที่เป็นตำรวจอยู่ที่ แม่สะเรียง พอคลับคล้าย อยู่บ้าง เอา นำก็นำ แอบคิดในใจ หนึ่งในทีมน่าพอที่จะตามได้ เพราะช่วงหลังเองเขาใช้ความเร็วได้มากขึ้น ผมจึงเริ่มนำออกจากแม่สะเรียง ผ่านเส้นทางฮอด
ผมเองอาจใจด่วนไปด้วย จึงทำให้ขาดจากกลุ่ม สองถึงสามครั้ง เมื่อไปถึง อำเภอฮอด น้องในกลุ่มจึงได้เดินมาตำหนิการขับซึ่งผมก็ยินดีรับฟัง แม้จะมีวนการคิดถึงคำพูดนั้นบ้าง เหตุเพราะกลุ่มหลังตามไม่ทัน ผมเองไม่ได้ขับเร็ว ก็ปล่อยไหลเข้าโค้งไป 60 - 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนใหญ่ไม่ได้เบรค
สิ่งที่ตามมาก็คือ ผมขาดจากกลุ่มหลัง น้องในกล่มได้แนะนำวา ให้สังเกตุคันหลังก็พอ และ ถ้าหาย ก็ต้องรอ แต่เนืองจาก ผมเองหันไปมองกระจกหลังไฟ ก็ตามมาเกือบตลอด จึงคิดว่ามันจะตามกันมาทัน ผมเองก็ต้องรับฟัง เพื่อการขับร่วมกันที่เป็นทีม และ ไม่ได้เป็นการแถไม่รบผิดชอบ คงไม่ดี คืนนั้นกว่าเราจะมาถึงที่พัก ก็เกือบจะเที่ยงคืน มีสมาชิก คนอื่นๆ ในกลุ่ม รออยู่ เดินทางมาถึงกันจนได้ สิ่งที่สูญสลายในคืนและวันแรก คือ มือถือที่พัง
ผมเองเข้าพักที่เชียงใหม่ฮิลล์ ด้วยห้องพักราคาปานกลาง กับบริการที่ดี และ สภาพห้องใช้ได้ทีเดียว หลับ .. ตอนเช้าจึงลงมาเปิดห้องใหม่ด้วยราคา 1,050 บาท สำหรบเตียงคู่ เอาวะดีกว่าไม่มีห้องนอน จากนั้นก็แปดโมง จึง ออกเดินทางไปกับคณะใหญ่ โดยเดินทางไปที่ ปางช้างแม่สา - ม่อนแจ่ม - สะเมิง ด้วยอาการตื้อ ๆ ในหัว เรียกว่ามึนใช้ได้ทีเดียว เพราะเริ่ม effect จากการพักผ่อนน้อย
โค้งขึนม่อนแจ่ม ถือว่าปานกลางไม่โหดนัก ขับกันสนุก ไลน์รถสวนมีการเผื่อเยอะ ขับกันไปเรื่อย ๆ แต่ทางขึ้นม่อนแจ่ม คณะเราไม่ได้ขึ้นไปกัน เพราะความชันของมัน แม้รถเล็กจะขึ้นได้ ก็เถอะ เหตุเพราะพวกรถดรีม - wave -fino นั้นน้ำหนักมันเบา และ หน้าสัมผัสมันน้อย รวมถึง แรงบิดที่ได้พอดี การควบคุมันเลยง่าย พวก ER6N หรือ Versys เองเห็นว่าอยู่ด้วย แต่เนื่องจาก พวกเรามีคนซ้อน และ คนในกลุ่มบอกว่า อันตรายและข้างบนไม่มีอะไร เลย ถอยกัน ( ไม่มีความจำเป็นที่ต้องลำบากเพื่อสิ่งที่ไม่คุ้มกัน หรือ อาจจะประมาณ ขี่ช้างจับตั๊กแตน )

จุดสุดท้าย ที่ไปพักคือร้านกาแฟ ชื่อ The Doi ที่ลงสะเมิง ( ฝั่งกฤษดาดอย ) ที่นี่เอง คาดว่า ผมอาจจะลืมกระเป๋า เรียกว่า อันนี้สูญหนัก แว่นตา อุปกรณ์สูบลมไฟฟ้า + น้ำยาปะยางแบบอัตโนมัติ ใหม่ เช้ง ของที่อยูข้างในเรียกว่าเอาเรื่อง
วันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกวันที่สนุกก่อนที่จะทุกข์ คือ ผมขับกันอยู่ สี่คัน Ducati Street Fighter 2 Dievel 2 และ ผม Monster 795 ขับกันขึ้นไปที่ดอยสุเทพ

วันกลับจึงเดินทางกลับเองคนเดียว โดยบอกให้กลุ่มมี่มาด้วยกันออกกันไปก่อนเลย เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราเองเคยเดินทางคนเดียวมาแล้ว จึงไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่ คร้งนี้ลอง Servey เส้นทางโดยเดินทางจาก เชียงใหม่ - สันป่าตอง - ลำพูน - ลี้ - เถิน เพราะเห็นเขาบอกว่ามันใกล้ และ ทางไม่ดีนิดเดียว
เราไม่รีบเท่าไหร่ด้วย
เลยออกจากเชียงใหม่ประมาณสิบโมงกว่าๆ วิ่งเส้นหางดง - สันป่าตอง เข้าเมืองลำพูน ออกป่าซ่าง บ้านโฮ่ง ลี้ ตามลำดับมีจอดพักบ้าง เพราะร่างกายไม่ไหว จริงๆ พักที่ลี้ แล้วเดินทางต่อ พร้อมกับความสงสัยทีอยู่ในใจ ทำไมรถมันหนักวิ่งไม่ค่อยออก เหมือนมีคนมาซ้อน หรือยางไม่ค่อยดี
.JPG)
อาการดังกล่าว หายไปเมื่อผมมาถึงทางหลวงที่ เถิน เออแปลกดี เอาล่ะเข้าเรื่องเส้นทางที่ผ่าน ลี้ - เถิน เหมาะกับการเดินทางตอนกลางวัน และ ไปเรื่อยๆ เพราะสภาพถนนทีกว้างเพียง สองเลน หน้ากว้าง ประมาณ 3 เมตรหรืออาจจะนอ้ยกว่าในบาง จุดโค้งส่วนมากเป็นแบบตัว U และ มองไม่เห็นปลายโค้ง , ในโค้งเองไลน์ใน มีหลุมดักอยู่จำนวนมาก เรียกว่า โยนเข้ามาเลย อาจประสบอุบัตเหตุได้
ถ้าอยากสบายเล่นทางพหลฯ ตามปกติดีกว่า แต่หากชอบวิบาก อยากลองโหนโค้งดู ไม่รีบก็ไปเถอะครับ แต่ผมคงไม่ ด้วยเข้าโค้งไม่เกินเกียร์ 3 ในเขาส่วนใหญ 1 - 2 บางโค้งมาเร็วจนต้องโหน พักเท้ามีสะกิด หรือ เขาเกือบเช็ดพื้นก็มี ( พอดีมีแข่งกับกระบะ ที่แซงมา เหมือนเขาอยากจะเล่นด้วย :D )
มาเจอกับอีกกลุ่มนึงที่ขับ Kawasaki ( ER6N - Versys ) กลับจากเชียงใหม่ แล้ว มาเจอกับกลุ่มเราที่ นครสวรรค์พอดี ก่อนจากไปก็แนะนำกลุ่ม ER6N ให้ขับเป็นฟันปลา คงไม่ใช่เพราะความสวยงาม แต่มันช่วยให้ลดอุบัติเหตุ จากคันหน้าเบรค , รถที่จะแทรกเข้ากลุ่ม , การขับร่วมกับรถคันอื่นในถนน ฯลฯ ก็ขอโทษครับ หากมันเป็นการอวดดีในการสอน แต่เพื่อความปลอดภัยก็นิดนึงครับ
เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ก็แวะไปสวดมนต์ข้ามปีที่สวนโมกข กับ อาการหาวหวอดๆ ง่วงและเพลียมากๆ
ขอบคุณ
- เสียงกระซิบเล็กๆ เหมือนเสียงผู้หญิง ที่คอยพูดว่าจะมีอะไรตัดหน้า หรือ มีอะไรอยู่ข้างหน้าตอนแรกคิดว่าบังเอิญ แต่หลายครั้งเข้า อืม.. ได้แต่ยิ้มๆ อยู่ในใจ ขอบคุณครับ
- ขอบคุณที่ช่วยถ่วงรถให้ ช่วงที่อยูในเมืองจนผมเข้าถนนใหญ่ รถถึงวิ่งได้เหมือนเดิม ถ้าไม่แบบนั้น อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าเราขับตามปกติที่เราขับ
- ขอบคุณหมอกัน ที่ขับได้พริ้ว วุฒิ นพ พี่โหน่ง ที่ขับกันได้มันส์มากตอนขึ้นดอยสุเทพ
- ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่โบกมือทักทาย ทำให้เราอมยิ้มในแบบ Biker
- ขอบคุณน้องๆ Versys และ พี่ Dievil ที่ขับร่วมกันมา ระยะสั้นๆ แต่ก็ดีครับ ดีกว่าผมขับคันเดียว และ ขอโทษที่สอนด้วยนะครับ แต่เพื่อความปลอดภัยจริงๆ
เช้าวันนั้นผมเองนอนไปแค่ ชั่วโมงเดียว ประมาณ ตี 3 กว่าๆ ถึงจะนอนได้ไม่รู้เป็นอะไร กระวนกระวายบอกไม่ถูก บอกเลื่อนนัดไป เพราะง่วงนอนและเพลีย แต่เอาเข้าจริงๆ นอนไม่หลับเลยยย ตื่นมาอีกที ตึ 4 อาบน้ำอาบท่า ออกเดินทางจากที่พัก ไปจุดนัดพบ เวลา 05.45 โดยประมาณ
ไปถึง พบเรามีอยู่คันเดียว รอสักพักถึงตามมาพบอีกสามถึง สี่ ท่าน โดยเหลืออีกคนนึง นัดเจอกันที่ปั๊ม ปตท. ข้าง ม.กรุงเทพฯ จริงๆ เหลือ Kawasaki Versys อีกคัน แต่รอแล้วไม่พบ จึงออกเดินทางกัน เวลาประมาณ 05.15 แล้วไปเจอ Triumph อีกคันที่ ปตท. ข้าง ม.กรุงเทพ
ล้อหมุนกันทันที .. กติกา เรามีอยู่ว่า เราจะพัก ทุกๆ 100 กิโลเมตรเพื่อป้องกันความเพลีย ถ้าเราไปถึง Check-Point ก่อนกำหนด เราจะไปเที่ยวกัน ( ซึ่งตรงนี้เป็นที่มา ของความตัดสินใจที่ผิดพลาด เดี๋ยวจะมาว่ากัน )
จุดแรกเราจะข้ามมา เพราะเราเติมน้ำมันกันเต็มถึง ล่ะ จะไปพักที่จุดที่สอง เลยพอไปถึงก็ประมาณ 7.00 ได้ล่ะมั้งแถวอ่างทอง เราขับกันช้า คือ ประมาณ 120 - 130กม.
หลังจากนั้นก็พักกันเข้า ห้องน้ำ , สูบบุหรี่ กันไปเรื่อยๆ ยืนคุย และ สอบถามกัน ไปเรื่อยๆ แบบไม่รีบ ผมเองยังพูดกับทางคนใหม่เพิ่งเข้ากลุ่มว่า ขับช้ากันหน่อยนะ คงอึดอัดหน่อย ( หัวเราะ )
พอออกจากปั้มนี้แล้ว ถึงเริ่มการเดินทางและฝีมือในการขับจริงๆ รวมถึง พาหนะ ของ Rider โดยถึงแม้รถจะหนาตา แต่ความเร็วที่ใช้กันประมาณ 170 - 210กม / ชม. เรียกว่า ขี่กันลืมล้อไปเลย
มีเรื่องให้หงุดหงิดใจบ้างของ ชาวคณะ เรื่องรถเก๋ง ที่ขับกวน ประมาณคงหมั่นไส้กลุ่มเรา มีอุบัติเหตุให้เห็นกันตามรายทางบ้าง มาจุดที่สองหรือสามนี่แหละไม่แน่ใจ เราใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ แล้ว ก็จอดพัก เติมน้ำมัน แวะพักกันอีกที ปล. ผมขับปิดท้ายตลอด
จากนั้นก็เดินทางกันต่อ เราถึง ตาก ประมาณ 10โมงเช้า เลยพักทานข้าวเช้ากัน
เมื่อมาถึงก่อนกำหนด เราเลยนัดกันไปที่ตลาดดอยมูเซอ ก่อนจะเกิดความผิดพลาดขึ้น เพราะเราตัดสินใจ เดินทางไปเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทาง ตาก - แม่สะเรียง - แม่ฮ่องสอน - ปาย - เชียงใหม่ แทนเส้นทางเดิม เนื่องด้วยคิดว่ามันคงไม่มีอะไร และ เป็นการดีในการที่จะชมวิวไปเรื่อยๆ อีกที พวกเราขับ ทักษะ การขับ ส่วนตัวผมคิดว่าไม่น่าจะใช้เวลานานมากนัก ในการขับขี่

มารูทีหลังว่า ทางที่ไปนันเป็น ทางเลียบชายแดน ไทย-พม่า ทางนั้นจะหาดีแทบไม่ได้ ความเร็วทีใช้ได้อย่างมากสุด สำหรับเส้นทางดังกล่าว คอ ประมาณ 30 - 40 กม. ต่อชั่วโมง แม้ทางเรียบเราก็ไม่ได้ขับกันเร็วมาก ประมาณ 80 เนื่องด้วยความไม่ชินโค้ง และ การมีผู้ซ้อนท้าย ทำให้ความมั่นใจลดลงอีก
รถสองในสามคันใช้ ล้อโต้ ( หน้ายาง 180 - 190 ) จึงทำให้เกิดการ Slide ได้มากและง่ายขึ้น เมื่อเจอกับถนนที่มีกรวดเม็ดกลางๆ โปรยอยู่ รวมถึงสภาพถนนที่แย่มาก ยิ่งมีสัมภาระบรรทุกอยู่ ยิ่งลำบากไปอีก
เรามาถึงแม่สะเรียงประมาณ ค่ำๆ เมื่อมาถึงที่แม่สะเรียงแล้ว ถอดหมวกกันออกมาด้วยสีหน้า ไม่สู้ดีกันนัก ก็พุดคุยกันพอให้หายเครียด แล้วจากนั้น หนึ่งในทีมก็ให้ผมนำไปเชียงใหม่โดยใช้ เส้นทาง แม่สะเรียง - ฮอด แทน
เส้นนี้ผมเองเคยผ่านเมื่อตอนประมาณ 10 ขวบได้ เพราะตอนนั้นไปเยียมน้าที่เป็นตำรวจอยู่ที่ แม่สะเรียง พอคลับคล้าย อยู่บ้าง เอา นำก็นำ แอบคิดในใจ หนึ่งในทีมน่าพอที่จะตามได้ เพราะช่วงหลังเองเขาใช้ความเร็วได้มากขึ้น ผมจึงเริ่มนำออกจากแม่สะเรียง ผ่านเส้นทางฮอด
ผมเองอาจใจด่วนไปด้วย จึงทำให้ขาดจากกลุ่ม สองถึงสามครั้ง เมื่อไปถึง อำเภอฮอด น้องในกลุ่มจึงได้เดินมาตำหนิการขับซึ่งผมก็ยินดีรับฟัง แม้จะมีวนการคิดถึงคำพูดนั้นบ้าง เหตุเพราะกลุ่มหลังตามไม่ทัน ผมเองไม่ได้ขับเร็ว ก็ปล่อยไหลเข้าโค้งไป 60 - 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนใหญ่ไม่ได้เบรค
สิ่งที่ตามมาก็คือ ผมขาดจากกลุ่มหลัง น้องในกล่มได้แนะนำวา ให้สังเกตุคันหลังก็พอ และ ถ้าหาย ก็ต้องรอ แต่เนืองจาก ผมเองหันไปมองกระจกหลังไฟ ก็ตามมาเกือบตลอด จึงคิดว่ามันจะตามกันมาทัน ผมเองก็ต้องรับฟัง เพื่อการขับร่วมกันที่เป็นทีม และ ไม่ได้เป็นการแถไม่รบผิดชอบ คงไม่ดี คืนนั้นกว่าเราจะมาถึงที่พัก ก็เกือบจะเที่ยงคืน มีสมาชิก คนอื่นๆ ในกลุ่ม รออยู่ เดินทางมาถึงกันจนได้ สิ่งที่สูญสลายในคืนและวันแรก คือ มือถือที่พัง
ผมเองเข้าพักที่เชียงใหม่ฮิลล์ ด้วยห้องพักราคาปานกลาง กับบริการที่ดี และ สภาพห้องใช้ได้ทีเดียว หลับ .. ตอนเช้าจึงลงมาเปิดห้องใหม่ด้วยราคา 1,050 บาท สำหรบเตียงคู่ เอาวะดีกว่าไม่มีห้องนอน จากนั้นก็แปดโมง จึง ออกเดินทางไปกับคณะใหญ่ โดยเดินทางไปที่ ปางช้างแม่สา - ม่อนแจ่ม - สะเมิง ด้วยอาการตื้อ ๆ ในหัว เรียกว่ามึนใช้ได้ทีเดียว เพราะเริ่ม effect จากการพักผ่อนน้อย
โค้งขึนม่อนแจ่ม ถือว่าปานกลางไม่โหดนัก ขับกันสนุก ไลน์รถสวนมีการเผื่อเยอะ ขับกันไปเรื่อย ๆ แต่ทางขึ้นม่อนแจ่ม คณะเราไม่ได้ขึ้นไปกัน เพราะความชันของมัน แม้รถเล็กจะขึ้นได้ ก็เถอะ เหตุเพราะพวกรถดรีม - wave -fino นั้นน้ำหนักมันเบา และ หน้าสัมผัสมันน้อย รวมถึง แรงบิดที่ได้พอดี การควบคุมันเลยง่าย พวก ER6N หรือ Versys เองเห็นว่าอยู่ด้วย แต่เนื่องจาก พวกเรามีคนซ้อน และ คนในกลุ่มบอกว่า อันตรายและข้างบนไม่มีอะไร เลย ถอยกัน ( ไม่มีความจำเป็นที่ต้องลำบากเพื่อสิ่งที่ไม่คุ้มกัน หรือ อาจจะประมาณ ขี่ช้างจับตั๊กแตน )
จุดสุดท้าย ที่ไปพักคือร้านกาแฟ ชื่อ The Doi ที่ลงสะเมิง ( ฝั่งกฤษดาดอย ) ที่นี่เอง คาดว่า ผมอาจจะลืมกระเป๋า เรียกว่า อันนี้สูญหนัก แว่นตา อุปกรณ์สูบลมไฟฟ้า + น้ำยาปะยางแบบอัตโนมัติ ใหม่ เช้ง ของที่อยูข้างในเรียกว่าเอาเรื่อง
วันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกวันที่สนุกก่อนที่จะทุกข์ คือ ผมขับกันอยู่ สี่คัน Ducati Street Fighter 2 Dievel 2 และ ผม Monster 795 ขับกันขึ้นไปที่ดอยสุเทพ
อีกวันผมเองต้องวิ่ง ถ้ำเมืองนะ - เชียงดาว - แม่ริม ประมาณ 2 รอบได้จนทหารและตำรวจเองได้โบกเพื่อสอบถามว่า ไปทำอะไร มีธุระอะไร bla bla bla เหตุเพราะผิดสังเกตุ วิ่งไปๆ มาๆ กับ ระยะทางที่ไม่ได้ใกล้ๆ เหตุเพราะไม่มีกล้องและเพื่อนๆ ในกลุ่มฝากเงินทำบุญจำนวนค่อนข้างมาก เพื่อความสบายใจเลยต้องยืมกล้อมเพื่อนที่มันพักอยู่แถวชายแดน เพื่อบันทึกภาพการถวายเงิน เหนื่อยจริงๆ วันนี้ ขากลับเลยขับกลับโรงแรม แบบ ทึ๊ด ๆ ไป ( เรื่อยๆ ไม่รีบ )
วันกลับจึงเดินทางกลับเองคนเดียว โดยบอกให้กลุ่มมี่มาด้วยกันออกกันไปก่อนเลย เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราเองเคยเดินทางคนเดียวมาแล้ว จึงไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่ คร้งนี้ลอง Servey เส้นทางโดยเดินทางจาก เชียงใหม่ - สันป่าตอง - ลำพูน - ลี้ - เถิน เพราะเห็นเขาบอกว่ามันใกล้ และ ทางไม่ดีนิดเดียว
เราไม่รีบเท่าไหร่ด้วย
เลยออกจากเชียงใหม่ประมาณสิบโมงกว่าๆ วิ่งเส้นหางดง - สันป่าตอง เข้าเมืองลำพูน ออกป่าซ่าง บ้านโฮ่ง ลี้ ตามลำดับมีจอดพักบ้าง เพราะร่างกายไม่ไหว จริงๆ พักที่ลี้ แล้วเดินทางต่อ พร้อมกับความสงสัยทีอยู่ในใจ ทำไมรถมันหนักวิ่งไม่ค่อยออก เหมือนมีคนมาซ้อน หรือยางไม่ค่อยดี
อาการดังกล่าว หายไปเมื่อผมมาถึงทางหลวงที่ เถิน เออแปลกดี เอาล่ะเข้าเรื่องเส้นทางที่ผ่าน ลี้ - เถิน เหมาะกับการเดินทางตอนกลางวัน และ ไปเรื่อยๆ เพราะสภาพถนนทีกว้างเพียง สองเลน หน้ากว้าง ประมาณ 3 เมตรหรืออาจจะนอ้ยกว่าในบาง จุดโค้งส่วนมากเป็นแบบตัว U และ มองไม่เห็นปลายโค้ง , ในโค้งเองไลน์ใน มีหลุมดักอยู่จำนวนมาก เรียกว่า โยนเข้ามาเลย อาจประสบอุบัตเหตุได้
ถ้าอยากสบายเล่นทางพหลฯ ตามปกติดีกว่า แต่หากชอบวิบาก อยากลองโหนโค้งดู ไม่รีบก็ไปเถอะครับ แต่ผมคงไม่ ด้วยเข้าโค้งไม่เกินเกียร์ 3 ในเขาส่วนใหญ 1 - 2 บางโค้งมาเร็วจนต้องโหน พักเท้ามีสะกิด หรือ เขาเกือบเช็ดพื้นก็มี ( พอดีมีแข่งกับกระบะ ที่แซงมา เหมือนเขาอยากจะเล่นด้วย :D )
มาเจอกับอีกกลุ่มนึงที่ขับ Kawasaki ( ER6N - Versys ) กลับจากเชียงใหม่ แล้ว มาเจอกับกลุ่มเราที่ นครสวรรค์พอดี ก่อนจากไปก็แนะนำกลุ่ม ER6N ให้ขับเป็นฟันปลา คงไม่ใช่เพราะความสวยงาม แต่มันช่วยให้ลดอุบัติเหตุ จากคันหน้าเบรค , รถที่จะแทรกเข้ากลุ่ม , การขับร่วมกับรถคันอื่นในถนน ฯลฯ ก็ขอโทษครับ หากมันเป็นการอวดดีในการสอน แต่เพื่อความปลอดภัยก็นิดนึงครับ
เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ก็แวะไปสวดมนต์ข้ามปีที่สวนโมกข กับ อาการหาวหวอดๆ ง่วงและเพลียมากๆ
ขอบคุณ
- เสียงกระซิบเล็กๆ เหมือนเสียงผู้หญิง ที่คอยพูดว่าจะมีอะไรตัดหน้า หรือ มีอะไรอยู่ข้างหน้าตอนแรกคิดว่าบังเอิญ แต่หลายครั้งเข้า อืม.. ได้แต่ยิ้มๆ อยู่ในใจ ขอบคุณครับ
- ขอบคุณที่ช่วยถ่วงรถให้ ช่วงที่อยูในเมืองจนผมเข้าถนนใหญ่ รถถึงวิ่งได้เหมือนเดิม ถ้าไม่แบบนั้น อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าเราขับตามปกติที่เราขับ
- ขอบคุณหมอกัน ที่ขับได้พริ้ว วุฒิ นพ พี่โหน่ง ที่ขับกันได้มันส์มากตอนขึ้นดอยสุเทพ
- ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่โบกมือทักทาย ทำให้เราอมยิ้มในแบบ Biker
- ขอบคุณน้องๆ Versys และ พี่ Dievil ที่ขับร่วมกันมา ระยะสั้นๆ แต่ก็ดีครับ ดีกว่าผมขับคันเดียว และ ขอโทษที่สอนด้วยนะครับ แต่เพื่อความปลอดภัยจริงๆ
Tuesday, December 25, 2012
Opensource GPS Tracker มา track การเดินทางของเรากันเถอะ
จริงๆ คิดว่าหลายๆ คนน่าจะพอรู้จัก Software ตัวนี้แล้ว เจ้าตัวนี้ชื่อว่า OpenTracker เป็น Opensource GPS Tracker มีประโยชน์ใช้ได้เลยนะครับ ผมใช้สำหรับ track การเดินทาง แล้ว export ออกมาเป็น KML file เพื่อ view บน แผนที่ หรือ เก็บสถิติการเดินทางอีกครั้ง
มีประโยชน์ตรงที่ว่า กรณีที่เราไปในที่ที่ ไม่มี สัญญาณ EDGE / 3G กรณีเราใช้ Application พวก Google map ใช้งานไม่ได้แน่ แต่เราต้องการจะบันทึกเส้นทางการเดินทางเรา นี่แหละครับ คือ คำตอบ
GPS Tracker เปิดให้มันทำงานไป ขณะที่เราเดินทาง ไปก็ให้มันบันทึกเอาไว้ จบทริป แล้วค่อยมาดูกันอีกที สะดวกดีครับ
แถบชายแดน ถ้าเราไปบางทีจะเห็นว่า ไปไม่ถูกเลย เพราะ Map วิ่งไปไม่ถึง มีเจ้านี่ก็ช่วยได้เยอะครับ ใครต้องการก็ export KML ไฟล์ให้ไปใช้เลย
หน้า Opensource
http://code.google.com/p/open-gpstracker/
Google Play ก็ search หาเลยครับ open gpstracker

มีประโยชน์ตรงที่ว่า กรณีที่เราไปในที่ที่ ไม่มี สัญญาณ EDGE / 3G กรณีเราใช้ Application พวก Google map ใช้งานไม่ได้แน่ แต่เราต้องการจะบันทึกเส้นทางการเดินทางเรา นี่แหละครับ คือ คำตอบ
GPS Tracker เปิดให้มันทำงานไป ขณะที่เราเดินทาง ไปก็ให้มันบันทึกเอาไว้ จบทริป แล้วค่อยมาดูกันอีกที สะดวกดีครับ
แถบชายแดน ถ้าเราไปบางทีจะเห็นว่า ไปไม่ถูกเลย เพราะ Map วิ่งไปไม่ถึง มีเจ้านี่ก็ช่วยได้เยอะครับ ใครต้องการก็ export KML ไฟล์ให้ไปใช้เลย
หน้า Opensource
http://code.google.com/p/open-gpstracker/
Google Play ก็ search หาเลยครับ open gpstracker
เปรียบเทียบ Ducati M795 และ ER-6N หรือ รถญี่ปุ่น
เปรียบเทียบ Ducati M795 และ ER-6N หรือ รถญี่ปุ่น
blog นี้คงไม่เกี่ยวกับเรื่องคอมฯ เต็มๆ แต่ก็เขียนไว้ เผื่อใครมา search เจอ แล้วตัวเองจะได้บันทึก เอาไว้ด้วย และ ประสบการณ์ส่วนตัวผมไม่เคยขี่ Superbike มาก่อน ถ้าขี่คงแค่แป๊บเดียว หรือ แม้แต่ ER-6N
ปัจจุบันผมได้ถอยเจ้า Ducati M795 ออกมา เป็นรถใช้งานครับ ขับไปกลับลาดกระบัง และ มธ.รังสิต
ทำไมถึงต้องใช้มอเตอร์ไซด์ รถยนต์ไม่ดีกว่าเหรอ ?
ตอบ: มันเป็นความชอบแต่เด็กแล้วครับ และ ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชอบความเร็ว คิดในใจอยากจะมีรถแบบนี้ไว้ขับไว้ขี่สักคัน และ ต้องการที่จะขับขี่ท่องเที่ยวไป และ ผมเองก็ตัวคนเดียว และ ขับรถยนต์ไม่เป็น
โดยมีทั้งที่เป็นข้อแม้ และ ไม่เป็นข้อแม้ดังนี้
ทำไมถึงเลือกเอา Ducati
ตอบ. ตอนที่ "เริ่มมีความคิด" ที่อยากจะถอย SuperBike มาขี่ Ducati เป็นตัวเลือกสุดท้ายครับ เหตุผลหลักเลยเพราะ เรื่อง ราคา แต่สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจ เลือก Ducati
ยอมรับครับ ว่าไม่ได้มีเงินจำนวนมาก คอยสนับสนุนในการใช้งาน หมายถึง ค่าบำรุงรักษา , ค่าของแต่ มากนัก แต่ เพราะเหตุผลอะไร มาดูกันต่อ
ตอนเลือกรถคิดไหมว่าเอาไปใช้ทำอะไร
ตอบ ครับ สิ่งแรกที่ผมคิด และ ออกแบบโจทย์เอาไว้ คือ
ไม่เคยขี่ SuperBike มาก่อนไม่กลัว หรือ จะใช้เวลาปรับตัวกับรถใหม่ได้หรือ ?
ตอบ. ก็ขี่ตามปกติครับ มีต้องปรับบ้าง กับ น้ำหนักรถ และ การคอนโทรลรถ เป็นเรื่องสำคัญ ประเด็นหลัก เรื่องความเร็ว เป็นเรื่องรอง เพราะส่วนตัวคิดว่า โดยพื้นฐานการขับขี่ไม่ดีแล้ว จะความเร็วเท่าไหร่ก็เหมือนกัน
แต่ ถ้ารู้จักรถคอนโทรลได้ดี จะมีประโยชน์ ตอนขับรถด้วยความเร็วที่สูง และ จุดคับขัน หรือ เหตุการณ์คับขันทีเกิดขึ้น ทักษะที่พัฒนาจนกลายเป็นสัญชาติญาณ หรือ ความเคยชิน จะช่วยได้มากครับ ซึ่งผมเองก็ยังทำได้ไม่ดีพอ
ผมอยากจะปรับเปลี่ยน การขี่รถโดยอาศัยความกล้า เป็นหลัก เป็นใช้ทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องให้มากกว่าแทน ซึ่งอยากที่ได้บอกไป พยายามหัดอยู่ครับ
ที่หวาดกลว ณ วันนี้ ณ จุดที่ยังไม่ได้ติดตั้ง frame slider ( กันล้ม ) คือ แฉลบ ค่าสีีทำที 20,000 - 30,000 บาท กลัวเสียเงินมากกว่าครับ ^_^
ER-6N ไม่ดีหรือ ถูกกว่าด้วย มี ข้อเปรียบเทียบอะไรไหม หรือ เพราะมันเป็นรถญี่ปุ่น คุณเลยไม่ชอบ ?
ตอบ. ER-6N เป็นรุ่นแรกที่ผมเล็งครับ ด้วยราคาและประสิทธิภาพ แต่ ด้วยโจทย์ใช้งานที่ผมมี 600cc. กับการทำแบบนั้น บ่อยๆ "อาจ" ทำให้เครื่องกลับบ้านเก่าก่อนเวลาอันควรได้ ผมเลยเลือก รถที่มีความจุกระบอกสูบ สูงกว่าแทน ด้วยความคิดที่ว่า ถ้าออกกำลังน้อยกว่า น่าจะช่วยทำให้ลดการโทรม ลงไปได้มากกว่า
ค่าบำรุงรักษาแพงมากไหม
ตอบ แพงครับ รัน In check ทีแรกจะหมดประมาณ 3 - 4 พันบาท จริงๆ มี อูซ่อมรถ Big-Bike เจ้าของ Service มาหลายคันแล้ว อยู่แถวแยกศรีนครินทร์ ก่อนถึงตึก Modern-Form
ความเร็วสูงสุด เท่าไหร่
ตอบ ยังไม่ได้ลองครับ เพราะ เพิ่งไปปรับคอรถมา ( ตุลาคม 2555 ) เรื่องนึงที่ผมคิด บางคนเขาบอกว่า เดิมๆ 210km/Hr. ถ้าใส่ท่อวิ่งได้ 230Km/hr.
ที่เขาบอกขับรถพวกนี้แล้วอยากจะ upgrade ไปเป็นตัวที่มันแรงกว่าเดิม จริงหรือเปล่า
ตอบ จากความรู้สึกส่วนตัว จริงครับ ที่เขาบอกตามตัว 1000 sport หรือ รถพวก sport ลำบากก็จริงครับ ไม่เคยลงกลุ่มตามตัว 1,000 นะครับ แต่จากที่ขับ M795 มา ผมว่าเหนื่อยเหมือนกัน แม้จะต่างกันประมาณ 200 - 300cc ก็ตาม แต่อัตราเร่งที่ไล่ตามเขา นันก็เรื่องนึงที่คิดครับ
ขับไปเรื่อยๆ เราจะรู้เองน่ะครับ ว่าเราชอบแบบไหน :) sport หรือ Naked เร็วแรงสะใจ หรือ แบบไปเรื่อยๆ กลางๆ หรือ แบบไม่รีบร้อน
บางที ขี่ๆ ไป ก็นึกรำคาญบ้างเหมือนกัน กับ อัตราเร่งที่มันไม่ได้ มากนัก ประมาณอยากให้มันเร็วกว่านี้อีก
ที่เขาบอกรถต้องใส่กระบังลม เพื่อปองกันลมโต้ แล้ว มันเหนือยจริงหรือเปล่า
ตอบ. จริงครับ ลองขับสัก 150-160km ติดๆ กันซัก 100กิโล หรือ สัก 50กฺิโล โดยไม่พักก็ได้ครับ มันเหนือยจริงๆ แบบไม่หมอบนะ ไหนจะต้องเกร็งตัวให้โต้ลม ไหนจะต้องบังคับรถอีก เราคนผอมตัวเบาอีก โอ้ว นี่ยังมองหา กระบังลมเลยครับ ไม่ต้องใหญ่มากก็ได้ M795 มันพอโน้มตัวลงมาด้านหน้า ได้แบบไม่เมื่อยหลัง กระบังลมอันเล็กๆ น่ะพอช่วยได้
ถ้าชอบแบบ Naked แล้วอยากจะได้ อารมณ์แบบ Sport เอาไงดี
ตอบ. ขอตอบใน Zone Ducati นะครับ เอา Ducati Street fighter เลยครับ 800,000 กว่าๆ ตอนนี้ ธันวาคม 2555 รํฐบาลประกาศขึ้นราคาภาษี น่าจะ 900,000 กว่าๆ เอง รับรองถูกใจ ผมเองยังอยากได้เลย เห็นเขาว่ามันเอาเครื่อง Ducati 848 evo มาวาง พอไม่ได้ดูรายละเอียดมาก และ แอบได้ยินพี่ที่ศูนย์ทองหล่อว่า ไปทดสอบที่ฟิลิปปินส์ ได้ตั้ง 300 กว่าๆ สำหรับทางตรง ก็คิดดูแล้วครับ อยากรู้ไปสอบถามเอาเองนะครับ
Ducati M795 มันมีกี่ cc. 4 สูบหรือเปล่า
ตอบ เอาไปเลยครับ spec
จำนวนรอบสูงสุด 12,000 RPM ถ้า 6,000RPM รถจะไปอยู่ที่ 150 - 155 Km/h
เขาบอกว่า Ducati M795 มันร้อน นี่ร้อนจริง หรือเปล่า
ตอบ ร้อน จริงๆ ครับ ขับในเมือง ถ้ารถติดนี่ หาผ้ามารองไว้ ก็ดีนะ ช่วงหน้าขา ถ้าต่าง จังหวัด ระยะทางไกลๆ ลมโกรกๆ สบายๆ ครับ เหมือนเอาเตารีด มาอังไว้หน้าขา
ส่วนที่อันตราย และ อาจเป็นกังวลก็คือ น้ำมันที่อยู่ในถังร้อนจนบางที ดันเอาฝาปิดออกมาเลยก็มี ส่วนตัวแล้วก็เคยเจอครับ น้ำมันประมาณ ก้นถัง ความร้อนอยู่ ขีด 4 ( ระดับ 4 ) รถติดประมาณ 4 ชม. เปิดถังออกมา ไอน้ำมัน ฉีดออกมาเป็นเส้น เลยทีเดียว
แก้ความร้อนได้ไหม ?
ตอบ รถออกแบบมาแบบนั้น ถ้าไม่ชอบคงต้องเปลี่ยน รถ หรือ เปลี่ยนรุ่นล่ะครับ รวมถึงมีการปรับเปลี่ยน โดยการตัดเอา ตัวดักไอน้ำมันออก
เอา ER-6N หรือ Ducati ดีไหม
ตอบ ถ้าชอบ Ducati เลือก Ducati เลยครับ แต่ถ้าไม่ ต้องการรถ BigBike ออกต่างจังหวัด อัตราเร่งกำลังดี ก็ ER-6N หรือ NinJa เลยครับ
เคยมี NinJa 650 บิดตามรถผม เรียกว่า เร่งตามได้สบายน่ะครับ ที่ความเร็ว 130 -150 km/h ได้สบายๆ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นความเร็ว ที่ใช้กันโดยปกติ อยู่แล้ว เว้นซะแต่ จะ วิ่งไป 160 - 180 อันนั้น อาจมีการรอ กันนิดนึง แต่ถนนบ้านเรา และ เพื่อความปลอดภัย ย่านความเร็วดังกว่า กำลังดี ครับ
Spec ER-6N เป็นยังไง แล้ว มีรุ่นเทียบเคียงหรือไม่
ตอบ. ความจุกระบอกสูบมันคือ 650cc.
blog นี้คงไม่เกี่ยวกับเรื่องคอมฯ เต็มๆ แต่ก็เขียนไว้ เผื่อใครมา search เจอ แล้วตัวเองจะได้บันทึก เอาไว้ด้วย และ ประสบการณ์ส่วนตัวผมไม่เคยขี่ Superbike มาก่อน ถ้าขี่คงแค่แป๊บเดียว หรือ แม้แต่ ER-6N
ปัจจุบันผมได้ถอยเจ้า Ducati M795 ออกมา เป็นรถใช้งานครับ ขับไปกลับลาดกระบัง และ มธ.รังสิต
ทำไมถึงต้องใช้มอเตอร์ไซด์ รถยนต์ไม่ดีกว่าเหรอ ?
ตอบ: มันเป็นความชอบแต่เด็กแล้วครับ และ ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชอบความเร็ว คิดในใจอยากจะมีรถแบบนี้ไว้ขับไว้ขี่สักคัน และ ต้องการที่จะขับขี่ท่องเที่ยวไป และ ผมเองก็ตัวคนเดียว และ ขับรถยนต์ไม่เป็น
โดยมีทั้งที่เป็นข้อแม้ และ ไม่เป็นข้อแม้ดังนี้
- ทางบ้านไมอนุญาติครับ เพราะ ผมประสบอุบัติเหตุบ่อย ทางบ้านจึงเป็นห่วง ไม่อยากให้ขับมอเตอร์ไซด์ เกรงจะเป็นอันตราย แต่พอพ่อผมเห็นรถแล้วก็เบาใจลง รวมถึงเราก็เอาเสื้อแจ็คเก็ต เกราะให้ท่านดู ท่านก็เบาใจขึ้น
- ที่รักผม ไม่ได้ว่าครับ เพราะเขาเองก็มีรถอยู่แล้ว
ทำไมถึงเลือกเอา Ducati
ตอบ. ตอนที่ "เริ่มมีความคิด" ที่อยากจะถอย SuperBike มาขี่ Ducati เป็นตัวเลือกสุดท้ายครับ เหตุผลหลักเลยเพราะ เรื่อง ราคา แต่สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจ เลือก Ducati
- เพราะมันคือ Ducati
- ขนาดของรถ ( ความจุกระบอกสูบ )
- ราคา
ยอมรับครับ ว่าไม่ได้มีเงินจำนวนมาก คอยสนับสนุนในการใช้งาน หมายถึง ค่าบำรุงรักษา , ค่าของแต่ มากนัก แต่ เพราะเหตุผลอะไร มาดูกันต่อ
ตอนเลือกรถคิดไหมว่าเอาไปใช้ทำอะไร
ตอบ ครับ สิ่งแรกที่ผมคิด และ ออกแบบโจทย์เอาไว้ คือ
- เป็นรถซื้อมาแล้วเป็นรถใช้งาน รถคันนี้ผมซื้อมา คือ ขับทุกวัน ไม่ใช่ นานๆ ขับ หรือ อาทิตย์นึงขับครั้งนึง
ผมเองต้องการรถคันนี้มาใช้งาน หมายถึง ไปๆ มาๆ ในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด เพราะค่า Taxi หรือ ค่าเดินทางที่ผมใช้ ต่อเดือน หลายพัน อยู่เหมือนกัน - กลับบ้านเดือนละครั้ง ที่ จังหวัดลำพูน
ผมตั้ง KPI สำหรับตัวผมเอง ตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้วว่า จะกลับบ้านต่างจังหวัด เดือนละครั้ง - ตองสามารถ จดทะเบียนได้ หมายถึง มีเล่มทะเบียน จริง ๆ
สิ้นเดือน ตุลาคม 2555 รถสรรพสามิต จะไม่สามารถจดทะเบียนได้แล้ว จริงๆ พอดีไดเห็นเอกสารตัวจริง ที่เป็นคำสั่งลงมาแล้ว ผมจึงไมอยากเสี่ยงที่จะ ซื้อสรรพสามิตไปแล้ว รอจด - กำลังรถต้องมีมากพอ เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับการเดินทางไกลๆ และ เป็นระยะเวลาที่ติดต่อกันได้ นานๆ
ผมเคยใช้รถขนาด 125cc. กลับที่จังหวัด ลำพูนมาแล้ว ทำให้รู้เลยว่า ถ้าจะเดินทางไกล และ การขับติดต่อกัน นานๆ มันไม่ไหวจริงๆ กับ รถขนาดนั้น - ต้องเป็นพาหนะที่พาผมไปได้เกือบทุกที่ ที่อยากไป
ผมเองไปที่ไหนมักไม่เป็นที และ มักจะไม่ใช่จุดที่รถโดยสาร หรือ คนไปกันเป็นจำนวนมาก พาหะนะส่วนตัวจะเหมาะที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละครั้ง บางที เหยียบ 2,000 บาท สำหรับบางระยะทาง ซึ่งถือว่าสูงมาก สำหรับการเดินทาง ข้ามอำเภอในบางจังหวัด - ผมไม่ขับเร็วมาก
ส่วนตัวผมเป้นคนชอบความเร็ว รอดตายมาได้ หลายครั้ง ก็ดีแล้ว ขับพอแต่สบายๆ ไม่ต้องลุ้นมาก
ไม่เคยขี่ SuperBike มาก่อนไม่กลัว หรือ จะใช้เวลาปรับตัวกับรถใหม่ได้หรือ ?
ตอบ. ก็ขี่ตามปกติครับ มีต้องปรับบ้าง กับ น้ำหนักรถ และ การคอนโทรลรถ เป็นเรื่องสำคัญ ประเด็นหลัก เรื่องความเร็ว เป็นเรื่องรอง เพราะส่วนตัวคิดว่า โดยพื้นฐานการขับขี่ไม่ดีแล้ว จะความเร็วเท่าไหร่ก็เหมือนกัน
แต่ ถ้ารู้จักรถคอนโทรลได้ดี จะมีประโยชน์ ตอนขับรถด้วยความเร็วที่สูง และ จุดคับขัน หรือ เหตุการณ์คับขันทีเกิดขึ้น ทักษะที่พัฒนาจนกลายเป็นสัญชาติญาณ หรือ ความเคยชิน จะช่วยได้มากครับ ซึ่งผมเองก็ยังทำได้ไม่ดีพอ
ผมอยากจะปรับเปลี่ยน การขี่รถโดยอาศัยความกล้า เป็นหลัก เป็นใช้ทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องให้มากกว่าแทน ซึ่งอยากที่ได้บอกไป พยายามหัดอยู่ครับ
ที่หวาดกลว ณ วันนี้ ณ จุดที่ยังไม่ได้ติดตั้ง frame slider ( กันล้ม ) คือ แฉลบ ค่าสีีทำที 20,000 - 30,000 บาท กลัวเสียเงินมากกว่าครับ ^_^
ER-6N ไม่ดีหรือ ถูกกว่าด้วย มี ข้อเปรียบเทียบอะไรไหม หรือ เพราะมันเป็นรถญี่ปุ่น คุณเลยไม่ชอบ ?
ตอบ. ER-6N เป็นรุ่นแรกที่ผมเล็งครับ ด้วยราคาและประสิทธิภาพ แต่ ด้วยโจทย์ใช้งานที่ผมมี 600cc. กับการทำแบบนั้น บ่อยๆ "อาจ" ทำให้เครื่องกลับบ้านเก่าก่อนเวลาอันควรได้ ผมเลยเลือก รถที่มีความจุกระบอกสูบ สูงกว่าแทน ด้วยความคิดที่ว่า ถ้าออกกำลังน้อยกว่า น่าจะช่วยทำให้ลดการโทรม ลงไปได้มากกว่า
ค่าบำรุงรักษาแพงมากไหม
ตอบ แพงครับ รัน In check ทีแรกจะหมดประมาณ 3 - 4 พันบาท จริงๆ มี อูซ่อมรถ Big-Bike เจ้าของ Service มาหลายคันแล้ว อยู่แถวแยกศรีนครินทร์ ก่อนถึงตึก Modern-Form
ความเร็วสูงสุด เท่าไหร่
ตอบ ยังไม่ได้ลองครับ เพราะ เพิ่งไปปรับคอรถมา ( ตุลาคม 2555 ) เรื่องนึงที่ผมคิด บางคนเขาบอกว่า เดิมๆ 210km/Hr. ถ้าใส่ท่อวิ่งได้ 230Km/hr.
- ผมอยากใช้รถไป นานๆ
- ลักษณะการขับขี่ผม ไม่ได้ขับที่ความเร็ว 180/km. up บ่อย
- ไม่ได้ไปขับแข่งกับใคร ทั้งบน ถนนและ ในสนามแข่ง
- ถ้าขับกันเป็นกลุ่ม ผมขออยู่ กลุ่มสอง คงไม่ไปตาม กลุ่มหน้าซึ่งขับด้วยความเร็วที่สงกว่า และ ประสบการณ์ของคนขับที่มากกว่าด้วย ( รวมถึง ประสิทธิภาพของรถที่มากกว่า )
ที่เขาบอกขับรถพวกนี้แล้วอยากจะ upgrade ไปเป็นตัวที่มันแรงกว่าเดิม จริงหรือเปล่า
ตอบ จากความรู้สึกส่วนตัว จริงครับ ที่เขาบอกตามตัว 1000 sport หรือ รถพวก sport ลำบากก็จริงครับ ไม่เคยลงกลุ่มตามตัว 1,000 นะครับ แต่จากที่ขับ M795 มา ผมว่าเหนื่อยเหมือนกัน แม้จะต่างกันประมาณ 200 - 300cc ก็ตาม แต่อัตราเร่งที่ไล่ตามเขา นันก็เรื่องนึงที่คิดครับ
ขับไปเรื่อยๆ เราจะรู้เองน่ะครับ ว่าเราชอบแบบไหน :) sport หรือ Naked เร็วแรงสะใจ หรือ แบบไปเรื่อยๆ กลางๆ หรือ แบบไม่รีบร้อน
บางที ขี่ๆ ไป ก็นึกรำคาญบ้างเหมือนกัน กับ อัตราเร่งที่มันไม่ได้ มากนัก ประมาณอยากให้มันเร็วกว่านี้อีก
ที่เขาบอกรถต้องใส่กระบังลม เพื่อปองกันลมโต้ แล้ว มันเหนือยจริงหรือเปล่า
ตอบ. จริงครับ ลองขับสัก 150-160km ติดๆ กันซัก 100กิโล หรือ สัก 50กฺิโล โดยไม่พักก็ได้ครับ มันเหนือยจริงๆ แบบไม่หมอบนะ ไหนจะต้องเกร็งตัวให้โต้ลม ไหนจะต้องบังคับรถอีก เราคนผอมตัวเบาอีก โอ้ว นี่ยังมองหา กระบังลมเลยครับ ไม่ต้องใหญ่มากก็ได้ M795 มันพอโน้มตัวลงมาด้านหน้า ได้แบบไม่เมื่อยหลัง กระบังลมอันเล็กๆ น่ะพอช่วยได้
ถ้าชอบแบบ Naked แล้วอยากจะได้ อารมณ์แบบ Sport เอาไงดี
ตอบ. ขอตอบใน Zone Ducati นะครับ เอา Ducati Street fighter เลยครับ 800,000 กว่าๆ ตอนนี้ ธันวาคม 2555 รํฐบาลประกาศขึ้นราคาภาษี น่าจะ 900,000 กว่าๆ เอง รับรองถูกใจ ผมเองยังอยากได้เลย เห็นเขาว่ามันเอาเครื่อง Ducati 848 evo มาวาง พอไม่ได้ดูรายละเอียดมาก และ แอบได้ยินพี่ที่ศูนย์ทองหล่อว่า ไปทดสอบที่ฟิลิปปินส์ ได้ตั้ง 300 กว่าๆ สำหรับทางตรง ก็คิดดูแล้วครับ อยากรู้ไปสอบถามเอาเองนะครับ
Ducati M795 มันมีกี่ cc. 4 สูบหรือเปล่า
ตอบ เอาไปเลยครับ spec
| ข้อมูลเพิ่มเติม * | Monster Website |
| เครื่องยนต์ | L-Twin 2 สูบ , 2 วาล์ว/สูบ ระบบขับวาล์วแบบ Desmodromic ระบายความร้อนด้วยอากาศ |
| ความจุกระบอกสูบรวม | 803 cc. |
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก | 88 x 66 mm. |
| อัตราส่วนกำลัีงอัด | 11 ต่อ 1 |
| แรงม้า (วัตต์/ HP) | 64 กิโลวัตต์ / 87 แรงม้า ที่ 8,250 rpm. |
| แรงบิด | 8 กก.ม. ที่ 6,250 rpm. |
| ระบบจ่ายเชื้อเพลิง | หัวฉีดอิเลคทรอนิกส์ ทางเดินไอดี-ขนาด 45 mm ของ Siemens |
| ท่อไอเสีย | 2 ชุดทำจากอลูมิเนี่ยม |
| มาตราฐานไอเสีย | EURO 3 |
| เกียร์ | 6 ระดับ |
| อัตราทดเกียร์ | 1=32/13 2=30/18 3=28/21 4=26/23 5=22/22 6=24/26 |
| อัตราทดขั้นต้น | 1.85 ต่อ 1 |
| อัตราทดขั้นสุดท้าย | สเตอร์หน้า 15/ หลัง 38 |
| ครัชต์ | แบบเปียกหลายแผ่นซ้อน APTC ควบคุมด้วย hydraulic |
| เฟรมหลัก | Hybrid-Trellis frame |
| ระยะฐานล้อ | 1,450 mm |
| มุมแรค | 24° |
| มุม หักเลี้ยวด้านละ | 32° |
| ระบบกันสะเทือนหน้า | Marzocchi เทเลสโกปิค ขนาด 43mm แบบ USD ระยะยุบตัว 120 mm |
| ระบบกันสะเทือนหลัง | โมโนช๊อค ปรับความแข็งสปริง Preload และ Rebound ได้ ระยะยุบตัว 148 mm |
| ล้อหน้า / ยางหน้า | วงล้ออัลลอยด์ 3 ก้าน ขนาด 17 x 3.50 inc. / 120/60 ZR 17 Pirelli Angel ST |
| ล้อหลัง / ยางหลัง | วงล้ออัลลอยด์ 3 ก้าน ขนาด 17 x 4.50 inc. / 160/60 ZR 17 Pirelli Angel ST |
| ระบบเบรกหน้า | ทวินดิสก์ขนาด 320 mm แม่ปั๊ม 4 ลูกสูบ ( เรเดียล-เมาท์ ) |
| ระบบเบรกหลัง | ซิงเกิ้ลดิสก์ขนาด 245 mm แม่ปั๊ม 2 ลูกสูบ |
| ยาว x สูง | 2,100 mm x 1,129 mm |
| เบาะนั่งสูง | 770 mm |
| ความจุถังน้ำมัน | 15 Lite ( สำรอง 3.5 Lite ) |
| น้ำหนักเปล่า | 161 kg. ( ไม่รวมแบ็ตเตอร์รี่และของเหลวภายในเครื่องยนต์) |
จำนวนรอบสูงสุด 12,000 RPM ถ้า 6,000RPM รถจะไปอยู่ที่ 150 - 155 Km/h
เขาบอกว่า Ducati M795 มันร้อน นี่ร้อนจริง หรือเปล่า
ตอบ ร้อน จริงๆ ครับ ขับในเมือง ถ้ารถติดนี่ หาผ้ามารองไว้ ก็ดีนะ ช่วงหน้าขา ถ้าต่าง จังหวัด ระยะทางไกลๆ ลมโกรกๆ สบายๆ ครับ เหมือนเอาเตารีด มาอังไว้หน้าขา
ส่วนที่อันตราย และ อาจเป็นกังวลก็คือ น้ำมันที่อยู่ในถังร้อนจนบางที ดันเอาฝาปิดออกมาเลยก็มี ส่วนตัวแล้วก็เคยเจอครับ น้ำมันประมาณ ก้นถัง ความร้อนอยู่ ขีด 4 ( ระดับ 4 ) รถติดประมาณ 4 ชม. เปิดถังออกมา ไอน้ำมัน ฉีดออกมาเป็นเส้น เลยทีเดียว
แก้ความร้อนได้ไหม ?
ตอบ รถออกแบบมาแบบนั้น ถ้าไม่ชอบคงต้องเปลี่ยน รถ หรือ เปลี่ยนรุ่นล่ะครับ รวมถึงมีการปรับเปลี่ยน โดยการตัดเอา ตัวดักไอน้ำมันออก
เอา ER-6N หรือ Ducati ดีไหม
ตอบ ถ้าชอบ Ducati เลือก Ducati เลยครับ แต่ถ้าไม่ ต้องการรถ BigBike ออกต่างจังหวัด อัตราเร่งกำลังดี ก็ ER-6N หรือ NinJa เลยครับ
เคยมี NinJa 650 บิดตามรถผม เรียกว่า เร่งตามได้สบายน่ะครับ ที่ความเร็ว 130 -150 km/h ได้สบายๆ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นความเร็ว ที่ใช้กันโดยปกติ อยู่แล้ว เว้นซะแต่ จะ วิ่งไป 160 - 180 อันนั้น อาจมีการรอ กันนิดนึง แต่ถนนบ้านเรา และ เพื่อความปลอดภัย ย่านความเร็วดังกว่า กำลังดี ครับ
Spec ER-6N เป็นยังไง แล้ว มีรุ่นเทียบเคียงหรือไม่
ตอบ. ความจุกระบอกสูบมันคือ 650cc.
| General information | |
|---|---|
| โมเดล: | Kawasaki ER-6n |
| ปี: | 2012 |
| ประภทรถ: | Naked bike |
| คะแนน: | 70.4 out of 100. Show full rating and compare with other bikes |
| Engine and transmission | |
| ความจุกระบอกสูบ: | 649.00 ccm (39.60 cubic inches) |
| ประเภทเครื่องยนต์: | Twin, four-stroke |
| แรงม้า: | 71.07 HP(51.9 kW)) @ 8500 RPM |
| แรงบิดสูงสุด Torque: | 64.00 Nm (6.5 kgf-m or 47.2 ft.lbs) @ 7000 RPM |
| กำลังอัด: | 11.3:1 |
| Bore x stroke ช่วงชัก: | 83.0 x 60.0 mm (3.3 x 2.4 inches) |
| วาว์ต่อสูบr: | 4 |
| ระบบจ่ายเชือเพลิง: | Injection. Digital fuel injection with two 38mm Keihin throttle bodies |
| การจ่ายน้ำมัน: | DOHC |
| ระบบหัวฉีด: | Digital CDI |
| ระบบหล่อเย็น: | Liquid |
| เกียร์: | 6-speed |
| ระบบขับเคลื่อน: | Chain |
| ลักษณะคลัทช์: | Wet multi-disc, manual |
| Driveline: | O-Ring Chain |
| Chassis, suspension, brakes and wheels | |
| ลักษณะเฟรมรถ: | Perimeter, high-tensile steel |
| Rake (fork angle): | 25.0° |
| Trail: | 110 mm (4.3 inches) |
| Frontsuspension: | 41mm hydraulic telescopic fork |
| Frontsuspensiontravel: | 125 mm (4.9 inches) |
| Rearsuspension: | Single offset laydown shock with adjustable spring preload |
| Rearsuspensiontravel: | 130 mm (5.1 inches) |
| Front tyre dimensions: | 120/70-17 |
| Rear tyre dimensions: | 160/60-17 |
| Front brakes: | Double disc. Dual piston |
| Front brakes diameter: | 300 mm (11.8 inches) |
| Rear brakes: | Single disc. Single piston |
| Rear brakes diameter: | 220 mm (8.7 inches) |
| Physical measures and capacities | |
| Weight incl. oil, gas, etc: | 204.0 kg (449.7 pounds) |
| Seat height: | 785 mm (30.9 inches) If adjustable, lowest setting. |
| Overall height: | 1,100 mm (43.3 inches) |
| Overall length: | 2,101 mm (82.7 inches) |
| Wheelbase: | 1,405 mm (55.3 inches) |
| Fuel capacity: | 15.52 litres (4.10 gallons) |
| Other specifications | |
| Starter: | Electric |
| Factory warranty: | 12 months |
| Color options: | Black/grey, white, yellow |
| Further information | |
| Parts and accessories | Our partner CMSNL ships low cost OEMmotorcycle parts |
| Ask questions | Join the 12 Kawasaki ER-6n discussiongroup. |
| Insurance, loans, tests | Check outinsurancehere. Search the web for dealers, loan costs, tests, customizing, etc. |
| Related bikes | List related bikes for comparison of specs |
Alfresco desktop sync client
Alfresco ได้ปล่อย Desktop sync Client ล่ะ ขอ Note ไว้เป็นข้อมูลก่อน
http://addons.alfresco.com/addons/desktop-sync-alfresco
http://addons.alfresco.com/addons/desktop-sync-alfresco
Subscribe to:
Posts (Atom)
ป้ายกำกับ
- .NET (1)
- Acer (1)
- acer_wmi (1)
- ADO (2)
- AIS (1)
- Alfresco (1)
- apt-get (1)
- asf (1)
- asx (1)
- ath9k (1)
- baralga (1)
- bash (1)
- bookmark (1)
- c (1)
- c++ (1)
- chef (1)
- code (6)
- code::block (1)
- configuration management (1)
- cooper (1)
- cyanogenmod (1)
- dc5750 (1)
- debian (4)
- dictionary (1)
- DIY (1)
- dns resolver (1)
- dpkg (1)
- driver (2)
- Dyno (1)
- eclipse (2)
- efccddb.dll (1)
- Excel (1)
- extension (1)
- fastcgi (1)
- fc15 (1)
- fedora (2)
- fedora core 15 (4)
- fedora core 15 php fastcgi (1)
- firefox (1)
- free tool (1)
- Ghost boot network (1)
- Gnome 3.2 (1)
- gps (1)
- gps tracker (1)
- hack (4)
- happy new year 2008 (1)
- hardware (1)
- howto (11)
- hp (2)
- iis5 (1)
- installation (1)
- Internal server error (1)
- iptables (1)
- isapi (1)
- java (1)
- java saml client (1)
- java web application framework (1)
- Juniper (1)
- kb (22)
- kimai (1)
- ldap (1)
- ldap management (1)
- lenny (1)
- lenovo (1)
- lighttpd (2)
- lighttpd fastcgi php (1)
- Linux (6)
- LOAD DATA INFILE (1)
- LVM (1)
- Me (1)
- misc (1)
- mobile broadband (1)
- mongo 2.2 (1)
- mongodb (1)
- motor sport (1)
- mp3 (1)
- mplayer (1)
- my syslog (2)
- mysql (1)
- navlogon.dll (1)
- ncc (1)
- netapp (1)
- Netserver LH3 (1)
- newbie (2)
- news (1)
- no-sql (1)
- Norton Ghost (1)
- Notebook problem (1)
- onelogin (1)
- openoffice (5)
- opensource (9)
- Paradox (1)
- PDO (1)
- perl (1)
- PHP (1)
- php-fpm (2)
- php5 (2)
- phpxref (1)
- plugins (1)
- programming (2)
- puppet (1)
- puppet yum repository (1)
- PXE boot (1)
- python (1)
- python tool (1)
- raid (1)
- readon (1)
- remote connection (1)
- replicate (1)
- review (1)
- ruby (1)
- ruby on rails (1)
- s205 (1)
- saml (1)
- saml example (1)
- samsung (1)
- samsung ace (1)
- secure access (1)
- security audit (3)
- souce code browser (1)
- soucecode analyzer (1)
- source code (1)
- sqlite (1)
- sqlite3 (1)
- sqlsever 2005 express (1)
- ssh (1)
- subversion (1)
- sumsung ace (1)
- sumsung cooper (1)
- svn (1)
- syslog (1)
- syslog mongodb (1)
- syslog nosql (1)
- syslog server (1)
- talk (1)
- time tracking (1)
- tips (1)
- too many authentication failures for (1)
- tool (2)
- twitter (1)
- twitter bootstrap (1)
- ubuntu (7)
- Ubuntu 11.10 (2)
- ubuntu lucid (1)
- utility (1)
- virtualbox (1)
- VIRTUMONDE (1)
- virus (1)
- vpn (1)
- wifidog (1)
- xorg (1)
- xorg.conf (1)
- Xserver (1)
- yii (1)
- yii framework (1)
- youtube (1)
- youtube-dl (1)
- yum (1)
- YWC (1)
- YWC 2012 (1)
- zimbra (3)
- zimbra opensource (1)
- zimbra SAML (1)
- zimbra SSO (1)
- เหตุการณ์ (1)
- ่joke (1)

















